ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ อาซาร์ยังไม่ผ่าน! ย้อนรอยผลงาน10สตาร์ดังจากพรีเมียร์ที่ย้ายมาอยู่เรอัล มาดริด

ufax10

ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ อาซาร์ยังไม่ผ่าน! ย้อนรอยผลงาน10สตาร์ดังจากพรีเมียร์ที่ย้ายมาอยู่เรอัล มาดริด

ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ หลังจาก เอแด็น อาซาร์ สตาร์ทีมชาติเบลเยียม ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร ในช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา แต่ใครจะเชื่อว่าปีแรกในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้องเจออุปสรรคที่ยากลำบากพอสมควร
อาซาร์ ต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บตามเล่นงานต่อเนื่องจนส่งผลต่อผลงานในสนามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ “ราชันชุดขาว” รวมทุกรายการแค่ 15 นัดเท่านั้น และยิงได้แค่ลูกเดียวกับทำอีก 2 แอสซิสต์ ทั้งที่ฤดูกาลสุดท้ายกับ “สิงห์บลูส์” เขากระซวกไปถึง 21 ประตู จากการลงเล่น 52 นัด

เราจะพาไปย้อนดูผลงานของเหล่าสตาร์ที่ย้ายจากเวทพรีเมียร์ลีกมาเล่นในแดนกระทิงดุกับ “ราชันชุดขาว” ใครจะมีผลงานเป็นอย่างไรกันบ้างไปดูกัน

หากจะพูดถึงขวัญใจของเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” แม็คก้า คือหนึ่งในแข้งสุดโปรด หลังจากเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในการทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ของทีม จนช่วยให้ทัพ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จ และยังเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาจะอยู่กับทีมไปจนแขวนสตั๊ด

อย่างไรก็ตามในเส้นทางลูกหนังล้วนไม่มีอะไรที่แน่นอนอยู่แล้ว เมื่ออดีตแข้งทีมชาติอังกฤษสร้างความฮือฮาด้วยการตกลงเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นกับ เรอัล มาดริด แบบไร้ค่าตัวล่วงหน้า ในช่วงที่เขายังเหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล อยู่อีก 5 เดือน หลังคุยเรื่องการต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล ไม่ลงตัวพร้อมทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวอังกฤษคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่เล่นให้ “ราชันชุดขาว”

สำหรับผลงานในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ฤดูกาลแรกนั้นเจ้าตัวทำผลงานได้น่าพอใจ มีส่วนช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 1999-2000 พร้อมลงเล่นไป 47 นัดในทุกรายการ แต่หลังจากฤดูกาลนั้นเป็นต้นมาสถาการณ์ของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป หลังจากที่พวกเขาทุ่มเงินคว้าตัว หลุยส์ ฟิโก้ มาร่วมทัพ ก่อนที่ในฤดูกาล 2002-03 เขากลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆ จนได้ลงเล่นไปเพียง 25 นัดในทุกรายการ และต้องบอกลาทีมด้วยการไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

กองหน้าจอมพเนจรเลือดน้ำหอมย้ายจาก อาร์เซนอล มาอยู่กับ มาดริด ในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงในยุคนั้น จากการเป็นเจ้าของรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก

เส้นทางของ อเนลก้า บนแดนกระทิงดุ ดูจะเริ่มต้นได้สวย แต่ด้วยพฤติกรรมที่ย่ำแย่ทำให้เขาอยู่กับทีมได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ก่อนจะต้องเก็บข้าวของไปอยู่กับ เปแอสเช อดีตต้นสังกัด ซึ่งหลังจากวันที่เจ้าตัวเลือกเดินออกจากรั้ว “ปืนใหญ่” ก็ทำให้เขากลายเป็นแข้งจอมพเนจรคนหนึ่ง

อดีตปีกเท้าชั่งทองประสบความสำเร็จในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กับผลงานคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 6 สมัย จากนั้นเขาก็ถูกขายให้กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2003 หลังมีปัญหากับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เบ็คแฮม ย้ายมาซบ “ราชันชุดขาว” ในฐานะสตาร์ดังในยุคแรกของ กาลาคติกอส อย่างไรก็ตามผลงานของเขาไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควรทำได้ 20 ประตูจาก 155 นัด และคว้าแชมป์ลา ลีกา ได้เพียง 1 สมัยเท่านั้น ก่อนไปอยู่กับ แอลเอ แกแลคซี่ ในปี 2007

ดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษเปิดตัวในฐานะนักเตะอาชีพให้กับ “หงส์แดง” เมื่อปี 1997 หลังจากพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจากผู้เล่นดาวรุ่งในศูนย์ฝึกเยาวชน จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงระดับพระกาฬในเวลานั้น จนเป็นขวัญใจของเหล่า “เดอะ ค็อป”

อย่างไรก็ตามเส้นทางของ โอเว่น กับ ลิเวอร์พูล ก็ต้องจบลงแบบร้าวฉาน โดยข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของ โอเว่น เริ่มรุนแรงก็ตอนที่ เชราร์ อุลลิเย่ร์ โดนปลดออกจากการเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก่อนที่เขาจะได้บอกลาทีมไปซบ เรอัล มาดริด ในยุคที่เต็มไปด้วยเหล่าซูเปอร์สตาร์ดัง แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้และไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือออกมา ก่อนจะย้ายไปอยู่ นิวคาสเซิ่ล ในฤดูกาลถัดมาทันที

กองหน้าชาวดัตช์ โชว์ฟอร์มร้อนแรงนับตั้งแต่ย้ายจาก พีเอสวี มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใน ปี 2001 พร้อมมีสถิติการทำประตูยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีสุดในโลก ณ เวลานั้น

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกชาวโปรตุกีสย้ายเข้ามาความประพฤติของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในปีสุดท้ายที่ไปมีปัญหากับ เฟอร์กี้ ระหว่างเกมคาร์ลิง คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะวีแกน 4-0 หลังเขาเป็นเพียงตัวสำรองในเกมนี้ ซึ่งเจ้าตัวกลับแสดงความไม่พอใจออกมา นอกจากนี้ยังทำตัวปัญหาอยูบ่อยครั้งในระหว่างซ้อม จนถูกปล่อยไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2006

หลังย้ายมาอยู่กับ “ราชันชุดขาว” ฟาน นิสเตลรอย ก็โชว์ผลงานยิงได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงแรกเป็นส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา สองสมัยติดต่อกัน ก่อนจะมีผลงานที่ดร็อปลงไปและย้ายไปอยู่กับ ฮัมบูร์ก ในปี 2009

หลังย้ายจากพีเอสวี มาเป็นกำลังสำคัญของ เชลซี ในยุคของกุนซือ โชเซ่ มุรินโญ่ จนมีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน เขาก็ออกมาหาความท้าทายครั้งใหม่กับ เเรอัล มาดริด ในปี 2007

อย่างไรก็ตามผลงานของเขาก็ไม่เปรี้ยงเท่าที่ควรยิงได้เพียง 4 ประตูจาก 21 เกมในลีกเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาคว้าแชมป์ ลา ลีกา ร่วมกับทีมได้ในทันที ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2009

หากจะพูดถึงสตาร์จากพรีเมียร์ที่ย้ายมาแล้วประสบความสำเร็จมากที่สุดคงจะตัดชื่อของ โรนัลโด้ ออกไปไม่ได้ นับตั้งแต่ที่เขาย้ายยจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มาด้วยค่าตัวสถิติโลกในปี 2009 ซีอาร์เซเว่น ก็มาระเบิดฟอร์มสุดยอดคว้าแขมป์ทุกรายการได้กับ “ราชันชุดขาว” ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่โลดแล่นอยู่ในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว

แน่นอนว่า สถิติ 450 ประตู ทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยทิ้งห่างอันดับสองอย่าง ราอูล กอนซาเลซ แบบไกลลิบเลยทีเดียว (ราอูล ยิงไป 323 ประตู) ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในปี 2018

นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับ “เดอะ ค็อป” ที่ มิดฟิลด์ชาวสแปนิช ต้องบอกลา ลิเวอร์พูล ทั้งที่เขาอยู่กับทีมมาถึง 5 ปี และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีม โดยว่ากันว่าใจจริงแล้ว อลอนโซ่ ไม่เคยต้องการหันหลังให้ แอนฟิลด์ เลย เพียงแต่เขามีปัญหากับ ราฟาเอล เบนิเตซ อย่างมาก จนทำให้ไม่สามารถอยู่ถ้ำเดียวกันได้

เช่นเดียวกับกรณีของ อาร์เบลัว มิดฟิลด์ชาวสแปนิชถือเป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของ เรอัล เกือบทุกฤดูกาล ยกเว้นซีซั่น 2014-15 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขาโดนปล่อยไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่ต้นซีซั่น พร้อมได้แชมป์หลายรายการกับทีม อย่างเช่นแชมป์ลีก 1 หน, แชมป์ โกปา เดล เรย์ 2 ครั้ง และแชมป์ แชมเปี้่ยนส์ ลีก 1 สมัย เป็นต้น

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sportsbookmarks.com